แจกแพลนเที่ยว Nikko All Area 3 วัน 2 คืน เที่ยวทั้งธรรมชาติและมรดกโลก

ทริปนี้เราไปนิกโกเที่ยวทั้งโซนธรรมชาติและมรกดกโลก
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปนิกโก
1. Nikko Pass All Area ใช้ได้ทั้งรถไฟ และรถบัส
- ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในนิกโก
- มีให้เลือกแบบบัตรกระดาษ หรือแบบ QR code แต่พวกเราเลือกบัตรกระดาษ กลัวเข้าป่าแล้วไม่มีเน็ต 🤣
- พาสเราซื้อก่อนไปญี่ปุ่นผ่าน Klook : https://tinyurl.com/nikko-all-area-ticket
- สำหรับคนซื้อแบบบัตรกระดาษ อย่าลืมไปแลกบัตรตัวจริงก่อนใช้งาน เราแลกที่ Tobu Tourist Information Center Asakusa สถานี Tobu-Asakusa

2. ตั๋วรถไฟด่วนขบวนพิเศษ เช่น Spacia X, Revaty
- ขาไป เดินทางจากสถานี Tobu-Asakusa นั่งต่อเดียวไปยัง Tobu-Nikko เราขึ้นขบวน Revaty KEGON
- รอบเวลา 7:00 น. ถึงปลายทางเวลา 8:54 น.

- ซึ่งเราเลือกจองขบวนพิเศษทั้งขาไปและขากลับ เพราะระยะเวลาเดินทางที่สั้นกว่าแบบปกติ
- สำหรับคนที่ต้องการ Add-on ด้วยการขึ้นรถไฟขบวนพิเศษเพิ่มจากพาสปกติ จะต้องซื้อที่นั่งเพิ่ม
- เดี๋ยวนี้ Klook กดจองที่นั่งบนขบวนรถไฟได้แล้วด้วย เราจองมาจากลิ้งค์ : https://tinyurl.com/japan-train-ticket-klook
- ในบัตรรถไฟที่จองผ่าน Klook จะบอกขบวน ตู้รถไฟ ที่นั่ง เวลา และสถานีต้นทาง-ปลายทาง

นั่งประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสถานี Tobu-Nikko ตรงตามเวลา สมกับการเป็นรถไฟญี่ปุ่นจริงๆ

เอาละ แพลนเที่ยว 3 วัน เตรียมขาแข็งเลย 😂


Day 1 – โซนธรรมชาติ
📍Yutaki Falls
- ขึ้นบัสจากป้ายรถเมล์หน้าสถานี Tobu-Nikko เราเลือกนั่งไปจุดที่ไกลที่สุดก่อน ซึ่งคือน้ำตก Yutaki
- ก่อนขึ้นและลงบัสให้นำบัตร Nikko All Area มาโชว์ให้คนขับรถดูเสมอ
- นั่งรถบัสลงป้าย 44 แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อย

- บรรยากาศน้ำตก สวยงามมากโดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

📍Ryuzu Falls
- ถัดมาไปกันที่น้ำตกริวสึ ลงบัสป้าย 37

- เป็นน้ำตก 2 สาย ที่ไหลมาบรรจบกัน เป็นอีก 1 จุดชมวิว ที่อยากแนะนำให้มาเลย

- ที่นี่มีร้านอาหาร และคาเฟ่ แบบ Self Service อยู่ สามารถสั่งอาหารและมานั่งทานพร้อมชมวิวน้ำตกได้
- อาหารและโมจิถั่วแดงอร่อยมาก

📍Kegon Waterfall
- น้ำตกที่ 3 ไปกันต่อที่น้ำตก Kegon ลงบัสป้ายที่ 26 แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
- จุดนี้เราสามารถชมน้ำตกได้ 2 มุม คือ มุมสูง และมุมด้านล่างของน้ำตก

- ใครยังไม่จุใจกับภาพมุมสูง ไปกันต่อที่ด้านล่างของน้ำตก
- ซื้อบัตรลงลิฟต์ คนละ 600 yen แต่เมื่อลงไปแล้ว ยังมีจุดที่ต้องใช้บันไดเดินต่อ (อาจไม่เหมาะกับคนที่นำรถเข็นมานะ)

- ภาพจากมุมด้านล่างของน้ำตก

📍 เข้าพักที่ Hotel Nikko Station 2
- พอถ่ายภาพจุใจก็เดินทางกลับที่พัก เราพักที่ Hotel Nikko Station 2 เป็นจำนวน 2 คืน
- นั่งบัสกลับมาลงที่ป้าย 2 หน้าสถานี Tobu-Nikko ได้เลย แล้วเดินต่อไปยังโรงแรมประมาณ 3 นาที

- บรรยากาศห้องพัก ช่วงหน้าหนาวเป็นฮีทเตอร์รวมทั้งโรงแรม แต่สามารถเปิดหน้าต่างช่วยได้ (บอกเลยว่าแง้มนิดเดียวยังหนาว)

- ที่โรงแรมมีอาหารเช้าให้ฟรี มีกาน้ำร้อน และไมโครเวฟ เผื่อใครซื้ออะไรมาอุ่น


Day 2 – โซนมรดกโลก
📍Shinkyo Bridge
- เริ่มวันกันที่จุดแรกสะพานชินเคียว ลงบัสป้ายที่ 7 แนะนำมาก่อน 9 โมง คนจะน้อย
- ถ้าใครจะขึ้นไปถ่ายรูปบนสะพาน ต้องจ่ายค่าเข้าเพิ่มนะ ส่วนจุดที่เรายืนอันนี้ฟรี

- เดินมาทางปลายสะพาน ฝั่งตรงข้ามจะเป็นทางขึ้นเขาสู่โซนมรดกโลก

📍Nikko Rinnoji Temple
- ที่วัดนี้ มีจุดให้เลือกเข้าชม 3 จุด แต่เราเลือกเข้าเฉพาะจุด A. Sanbutsudo และ B. Taiyuin ค่าบัตรเข้า 900 yen ต่อคน
- แต่จุด A กับ B จะอยู่ไกลกันหน่อยนะ อย่าเพิ่งงง ค่อยๆตามไปเที่ยวจากภาพกันได้เลย

- ด้านในจุด A. Sanbutsudo จัดแสดงของโบราณ ซึ่งไม่สามารถถ่ายรูปด้านในได้ เลยเก็บภาพตัวอาคารและโซนด้านนอกมาให้ชมกัน

- ระหว่างทางเดินไปยัง จุด B จะเจอกับศาลเจ้า Nikko Toshogu ซึ่งเราก็แวะไปสักการะกันสักหน่อย
- ก่อนจะถึงศาลเจ้าจะพบกับเจดีย์ 5 ชั้น ตั้งอยู่

📍Nikko Toshogu Shrine
- ศาลเจ้าที่ตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผู้ก่อตั้งโชกุน Tokugawa
- ค่าเข้าศาลเจ้าอยู่ที่ 1,600 yen ต่อคน แต่เข้าเถอะ แล้วจะเห็นว่าคุ้มค่ามาก ความสวยงามของโซนนี้ เรายกให้ที่นี่เลย

- สำหรับรูปสัญลักษณ์ ลิงปิดตา ปิดหู ปิดปาก ก็คืออยู่ภายในศาลเจ้าแห่งนี้นี่เอง


- รูปปั้น งานตกแต่งต่างๆ เราไม่รุ้จะบรรยายความละเอียดและความใส่ใจออกมาเป็นคำพูดยังไง แต่สามารถมองแต่ละจุดได้นานเป็นนาทีๆ เลย


- นอกจากจะได้เห็นที่ประทับของโชกุนแล้ว ที่นี่ยังมีที่ตั้งสุสานของท่านโชกุนตั้งอยู่
- เมื่อเดินผ่านประตูที่มีแมวนอนเฝ้าไป จะเป็นทางขึ้นสู่การขึ้นไปสักการะสุสาน

- ระยะทางเดินขึ้น 207 ขั้น โดยทุกขั้นบันไดทำจากหินก้อนใหญ่ 1 ก้อน อย่างอลังการ

- ด้านบนสุดจะเป็นที่ตั้งสุสานโชกุน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1617 โดยร่างของท่านถูกฝังลึกลงไปจากฐานเจดีย์ 5 เมตร

- หลังลงมาจากการสักการะด้านบน ก็ไปยังสถานที่ต่อไป

📍Nikkosan Rinnoji Taiyuin Temple
- ถัดมาคือวัดไทยูอิน เป็นที่ตั้งสุสานของโชกุนลำดับที่ 3 ของตระกูลโทกูงาวะ
- ด้านในวัดมีการแบ่งประตูออกเป็นหลายชั้น เพื่อให้การเดินผ่านประตูแต่ละชั้น เหมือนกำลังขึ้นสวรรค์แต่ละชั้น

- ตัวอาคารด้านในตกแต่งให้สื่อถึงดินแห่งแห่งสุขาวดี
- มีการใช้การตกแต่งผสมผสานกับวัฒนธรรมจีน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หายากในสมัยนั้น

📍Nikko Futarasan Shrine
- สถานที่สุดท้ายในโซนมรดกโลกที่เราไป คือศาลเจ้า Futarasan
- เป็นศาลเจ้าแห่งการขอพร ซึ่งที่นี่เชื่อเรื่องน้ำพุแห่งความเยาว์และการรักษาโรค

- สำหรับคนที่ขอพรเรื่องความรัก แนะนำเดินลอดวงกลมตามรูปแบบที่กำหนด เพื่อให้ชีวิตคู่ยาวนาน


- ด้านในศาลเจ้ามีเสาโทริอิเรียงรายหลายจุด เป็นอีก 1 จุด เช็คอินของที่นี่ได้ดีเลย


Day 3 เที่ยวชมธรรมชาติ
📍Akechidaira Ropeway
- เช้าวันสุดท้ายในโซนนิกโก วันนี้ฟ้าเปิดเลยมาขึ้นกระเช้า Akechidaira ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1933 ใกล้จะครบ 100 ปีแล้วเหมือนกันนะ
- จุดขึ้นกระเช้านั่งบัสมาลงป้ายที่ 24

- สำหรับใครที่ถือบัตร Nikko Pass เพียงแสดงบัตร มีส่วนลดกระเช้าอีก 10%
- เรียกว่าทั้งทริป ใช้พาสอย่างคุ้ม เราซื้อมาผ่าน Klook : https://tinyurl.com/nikko-all-area-ticket
- ค่าบัตรกระเช้าไป-กลับ หลังหักส่วนลด อยู่ที่คนละ 900 yen

- หน้าตากระเช้าที่ขึ้น รอบละประมาณ 10-15 คน นั่งสั้นๆ ประมาณ 5 นาที ถึงด้านบน

- วิวด้านบนจุดชมวิว เห็นน้ำตก Kegon ทะเลสาบ และเมืองนิกโกด้านล่างชัดเจน

- เป็นอีก 1 จุดชมวิว ที่แนะนำให้ต้องมาเช็คอินให้ได้


📍เดินทางกลับโตเกียว จากสถานี Tobu Nikko ไปยัง Tobu Asakusa
- หลังลงจากกระเช้า ก็เดินทางกลับสถานี Tobu-Nikko
- ขึ้นรถจากรอบ 11:55 น. และจะถึงเวลา 13:45 น.

- แบบที่นั่งต่างๆ ภายในชบวน Spacia X
- ที่ตู้ 1 สามารถสั่งกาแฟได้ด้วย

- เราจองที่นั่งแบบ Premium Seat ผ่าน Klook : https://tinyurl.com/japan-train-ticket-klook
- ที่นั่งแบบ Premium Seat จัดเก้าอี้เป็น 2-1 นั่งสบายสุดๆ
- ราคา 560 บาท ต่อคน

บทสรุปการเที่ยวนิกโก
วันที่เดินทาง: 23-27 ตุลาคม 2025
- ช่วงใบไม้แดงคือที่สุด ความสีสันในป่า ในธรรมชาติ สวยตะโกนมาก
- เราว่าโซนธรรมชาติญี่ปุ่นเที่ยวง่ายมาก นั่งบัสไปก็แทบจะถึงสถานที่เลย
- โซนมรดกโลก เดินเยอะฉ่ำ วัด ศาลเจ้า แต่ละที่อยู่ไม่ไกลกัน ขนาดว่าเดินเร็วแล้วนะ ยังใช้เวลาเกือบ 6 ชั่วโมง สามารถแบ่งวันเที่ยวโซนนี้ได้ 1 วันเต็มๆเลย
- ขึ้นกระเช้าชมวิวคือที่สุด วิวสวยมาก!
- ทุกจุดที่ไป ไม่มีที่ไหนที่รู้สึกว่าเสียดายเวลาเลย มีคุณค่าทุกที่จริงๆ
- เข้าใจแล้วว่า ทำไมต้องเป็นพาส 4 วัน เพราะ 3 วันมันไม่พอจริงๆ นี่ยังขาดโซน Edo Wonderland กับ World Square ถ้าได้ขยายอีก 1 วัน ก็น่าจะเที่ยวครบจริงๆ
- ใครเที่ยวโซนธรรมชาติ และไป Yutaki Falls แน่ๆ พาสคือตอบโจทย์สุด เพราะบัสไปกลับขาที่แพงสุดก็เกือบ 2พันเยนแล้ว ยังไงก็คุ้ม!
- นับว่าคิดถูกกับการเลือกพาสแบบกระดาษ จะมีจังหวะบนเขา บางทีไม่มีสัญญาณ แบบกระดาษเลยสะดวกกว่ามาก





สอบถาม พูดคุย...